การมีร่างกายแข็งแรง ปราศจากโรคภัยต่างๆ เป็นของขวัญล้ำค่าที่ทุกคนปรารถนา ซึ่งการจะมีของขวัญล้ำค่านี้ได้ ส่วนหนึ่งมาจากพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ถูกต้องตามหลักโภชนาการ เพราะพฤติกรรมการบริโภคอาหารที่ไม่ถูกต้อง ไม่ว่าจะเป็นการบริโภคหวาน มัน เค็มที่มากเกินความต้องการของร่างกาย บริโภคอาหารสำเร็จรูป บริโภคอาหารไม่เป็นเวลา ล้วนเป็นพฤติกรรมเสี่ยงที่ก่อให้เกิดความเสื่อมถอยของสุขภาพและเป็นปัญหาสุขภาพในอนาคต ดังนั้นทุกครั้งที่เลือกกินอาหาร จึงควรเลือก “กินอย่างฉลาด” เพื่อต้านทานโรค
ทั้งนี้ หลายคนคงสงสัยว่า จะรู้ได้อย่างไรว่าอาหารชนิดไหนเหมาะแก่การกินและไม่ก่อให้เกิดโรค ตัวอย่างเช่น คนที่ชอบมีอาการปวดหัว ให้กินปลามากๆ ทั้งปลาทะเล ปลาน้ำจืด เพราะน้ำมันจากปลามีคุณสมบัติช่วยลดการอักเสบลดอาการปวด หากกินพร้อม กับขิงจะช่วยบรรเทาอาการปวดหัวลงได้ รวมถึง ช่วยให้อาการปวดข้อบรรเทาลงได้ด้วย

ส่วนใครที่แพ้ละออง ไม่ว่าจะเป็นฝุ่น เกสรดอกไม้ ให้กินโยเกิร์ต นมเปรี้ยว แต่ถ้าเป็นโรคหัวใจ ควรดื่มชาเขียวเป็นประจำ เพราะสารในชาเขียวจะช่วยป้องกันไม่ให้ไขมันไปจับตัวตามผนังหลอดเลือด หรือถ้าเป็นโรคนอนไม่หลับ แนะนำให้ดื่มน้ำผึ้งเป็นประจำ เพราะสารในน้ำผึ้งมีฤทธิ์เป็นยากล่อมประสาท ทำให้นอนหลับฝันดี
ขณะที่โรคกระดูกพรุน ทั้งกระดูกเปราะและแตกง่าย สามารถแก้ไขได้ด้วยการกินสับปะรด ซึ่งมีสารแมงกานีสอยู่มาก ช่วยให้กระดูกแข็งแรงได้ แต่สำหรับใครที่เกรงว่าจะเป็นโรคอัลไซเมอร์ แนะนำให้กินหอยนางรม หอยแครง หรือหอยอื่นๆ เพราะในเนื้อหอยจะมีสารสังกะสีช่วยบำรุงสมอง
นอกจากนี้ คนที่มักมีอาการท้องผูก ท้องอืด แนะนำให้กินกล้วย ขิง เป็นประจำ โดยกล้วยจะช่วยให้ท้องไม่ผูก และขิงจะช่วยให้อาการคลื่นไส้ในตอนเช้าหายไป หรือขณะนี้ใครกำลังเป็นโรคกระเพาะ น้ำคั้นกะหล่ำปลีสดก็ช่วยรักษาโรคกระเพาะได้ เป็นต้น
เหล่านี้เป็นเพียงอาหารทางเลือกเพื่อสุขภาพ ทดแทนการกินยา ดังนั้นในหนึ่งวันเราควรกินอาหารให้ครบ 5 หมู่ ในปริมาณที่พอเหมาะ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ เพื่อการมีสุขภาพที่ดีในระยะยาวด้วย
/ขอบคุณ สสส